ตอนนี้กำลังดูเรื่อง: my Journeys
ผมจะเป็น Backpacker : กระเป๋า Backpack (ตอนจบ)
ก่อนที่ผมจะได้ทันเดินเข้าสู่ถนนข้าวสารอันลือชื่อ สายตาผมไปสะดุดกับร้านขายกระเป๋าที่เปิดเป็น 2 คูหา ก็เลยถือโอกาสเดินเข้าไปดูครับ
ทันใดนั้นผมก็ไปจับได้ใบหนึ่ง มีดำ+ส้ม ยี่ห้อ Low Alpine ซึ่งดูแล้วถูกชะตากับมันแฮะ คาดว่ามันคงจะตกเป็นของผมแน่นอน
หลังจากเปรียบเทียบกระเป๋าใบนั้นกับใบอื่นๆแล้ว ก็นำไปเปรียบเทียบกับราคาที่อื่น จนเป็นอันพอใจกันทั้งสองฝ่ายผมและคนขาย ที่ราคา 500 บาทถ้วน
อาจจะสงสัยกันนะครับว่าทำไมผมซื้อแบบใจง่ายจัง เข้าไปในร้านไม่ถึง 15 นาทีก็ออกมาพร้อมกับของแล้ว คงจะต้องขอตอบก่อนเลยว่า ผมไม่ใจง่ายนะครับ (รักใครรักจริงนะ ^^) เอาล่ะ ชักนอกเรื่อง ก็เพราะว่าผมนั่งหาข้อมูลจากหลายๆที่ แล้วเอามารวมกันเป็นข้อมูลในแบบฉบับของผม ทำให้ตอนที่ผมเข้าไปดู ก็จะรู้สึกได้ว่า มันควรจะเป็นแบบนี้นะ อะไรทำนองนี้น่ะครับ
หลังจากซื้อเรียบร้อย เท่าที่ผมจำมาจาก Google Earth ผมต้องเดินผ่านถนนข้าวสารเพื่อกลับไปขึ้นรถเมล์แถวแยกคอกวัว เอาล่ะ ลุยข้าวสารครั้งแรกในชีวิต !
ผมก็เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย ทั้งๆที่ท้องหิวแทบจะขาดใจแล้ว (มันหิวตั้งแต่ขึ้นรถเมล์หน้าเกษตรนู่น) แต่ก็ยังกัดฟันเดินต่อ เพียงเพราะหวังว่าจะเจอร้านอะไรที่อร่อยกว่าข้างหน้า ของที่นี่มีให้เลือกหลายอย่างมากครับ แต่ที่หลักๆเห็นจะเป็น บาร์เหล้า ของที่ระลึก ร้านทำผม+สัก แต่ส่วนตัวคิดว่าเหล้านี่แหละเยอะสุด – -
ตอนที่เดินผ่านไปคิดว่ามันมีมุมสวยๆให้เก็บภาพเยอะมากครับ เสียดายที่ว่ายังไม่มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเอง (เหตุที่ไม่ถ่ายมาเลยเพราะกล้องของ W610i ของผมเป็นโรคแพ้กลางคืนแบบสุดๆน่ะครับ) กะไปว่างวดหน้าจะต้องกลับไปถ่ายรูปมาให้ได้ครับ
แล้วผมก็เดินออกจาถนนข้าวสาร มุ่งหน้าไปขึ้นรถเมล์… พลันนึกขึ้นได้ “กุยังไม่ได้กินอะไรนี่หว่า”
ก็เลยกลับไปที่ข้าวสารอีกรอบครับ ซึ่งก็ได้บาร์บีคิวมา 3 ไม้ หมู ไก่ เนื้อ และก็ผัดไทยอีกหนึ่งกล่อง สำหรับผัดไทยนี่ยอมรับเลยครับ กล้อง 25 บาท แต่ขายพอๆกับกล่องละ 40 ของร้านทั่วไปเลย กินจนอิ่มจนกินไม่ลงนั่นแหละ สำหรับผัดไทยเจ้าที่ผมซื้อ มันจะทำออกฝรั่งคือ มีการใส่สลัดลงไปด้วย ก็อร่อยดีไปอีกแบบครับ – -
หลังจากนั้นก็ขึ้นรถเมล์กลับมาหอแล้วถ่ายรูปกระเป๋าสำหรับการเดินทางไปแรกของผม ลองดูกันได้นะครับ พยายามถ่ายออกมาให้ดูชัดเจนที่สุดครับ
ปิดฉากเรื่องราวของการตะลอนซื้อกระเป๋าไว้เพียงเท่านี้ครับ ~!
ผมจะเป็น Backpacker : กระเป๋า Backpack (ตอนสอง)
หลังจากแข่งบาสเสร็จ มองดูหน้าฬิกาก็เกือบทุ่มล่ะ ก็เลยรีบไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำมหาลัย (ไม่ไ่ด้อาบน้ำ)
โดยผมกะว่าการที่จะไปถนนข้าวสารได้นั้นผมต้องนั่งรถไปลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก่อน แล้วค่อยต่อรถไปลงแยกคอกวัวอีกที
ว่าแล้วผมก็เลยเดินออกมาหน้ามหาลัย ข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่ง เพื่อที่จะรอรถเมล์สาย 522 ที่จะพาผมวิ่งผ่านทางด่วนไปลงยังอนุสาวรีย์ชัย ซึ่งเป็นการรอที่ยาวนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่าจะประมาณ 20 กว่านาที แต่สุดท้ายก็ได้ขึ้นล่ะวะ ^^
เมื่อไปถึงอนุสาวรีย์ ผมจะไปยังไงต่อล่ะ อย่าเพิ่งมาหัวเราะเยาะว่าผมหลงทาง ผมเตรียมตัวมาล่วงหน้าล่ะครับ
ก่อนหน้านี้ผมโทรถามขสมก.ที่เบอร์ 184 (เบอร์นี้สารพัดประโยชน์เมื่อหลงในกรุงเทพ บอกเค้าว่าเราอยู่ไหน อยากไปไหน เค้าตอบได้หมด) ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องนั่งรถ 509 ซึ่งขึ้นฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี ก็เลยเดินข้ามสะพานลอยไป พอไปลงที่ป้ายรถเมล์ เพื่อความชัวร์ก็เลยถามซ้ำอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่แถวนั้น
ผม : พี่ครับ (แต่ดูแล้วแกน่าจะรุ่นลุง)
ลุง : เงียบบบบบบบบ……….
ผม : คือโทษนะครับ คือผมจะไปแยกคอกวัวนี่ ผมต้องขึ้น 509 ตรงนี้ใช่ป่ะครับ
ลุง : พยักหน้า (แต่ก็ยังเงียบต่อไป)
ผม : ขอบคุณครับ ^^
ผมก็ขึ้นรถเมล์ด้วยสเต๊ปเดิม ‘ลงแยกคอกวัวครับ ถ้าถึงแล้วรบกวนช่วยบอกผมด้วยนะครับ’ (ซึ่งผมสังเกตว่ารถเมล์ของขสมก. พวกรถแอร์สีส้ม หรือรถร้อนสีแดง กระเป๋าโดยเฉพาะผู้หญิงจะบริการดีนะครับ ซึ่งพอผมฝากช่วยเตือน พี่เค้าก็ช่วยบอกตลอดเลยแหละ)
หลังจากลงรถเมล์ที่แยกคอกวัวตามที่พี่พนักงานเก็บค่าโดยสารบอกแล้ว (เรียกชื่อให้เต็มยศหน่อย^^) ข้อมูลที่ผมรู้มาก็คือ ผมต้องข้ามถนนไปอีกฝั่งแล้วเดินไปอีกนิดจึงจะถึงถนนข้าวสาร แต่เอ๊ะ
“ไหนวะสะพานลอย ???”
ด้วยความที่ผมเป็นพวกรักชีวิต ไม่มีสะพานลอยกูไม่ข้าม – -” ตอนนั้นก็ไม่รู้ด้วยแหละว่าไอ้ที่ลงน่ะ เดินย้อนกลับไปประมาณ 20-30 เมตรก็แยกคอกวัว แต่ผมดันเดินหน้าต่อไป ไปไหนอีกล่ะ สนามหลวงดิ – -
ผมเดินเลยไปนิดนึง (ไม่นิดแหละ) ก็ได้รู้ว่าตัวเองเดินอยู่บริเวณท้องสนามหลวง เอ? ชักจะผิดทางแฮะ ก็เลยเดินย้อนข้ามถนนกลับมา บังเอิญเหลือบไปเห็นป้อมตำรวจพอดี ก็เลยเข้าไปถาม
ผม : ผมจะไปข้าวสารอ่ะครับ อยู่ืทางไหนเหรอครับ
ตำรวจ : เงียบ แต่ชี้ไปทางถนนข้าวสาร
ผม : ทางนี้เหรอครับ (พลางชี้มือตามไป)
ตำรวจ : พยักหน้า
ผม : อ่ะครับ ขอบคุณครับ
ผมก็ยังสงสัยว่าหน้าตาผมมันไม่น่าเสวนาด้วยรึไง ทั้งเจ้าหน้าที่ตรงอนุสาวรีย์ทั้งตำรวจที่ป้อมนี่ถึงไม่พูดอะไรออกมาซักคำ แต่ช่างเหอะ ผมมุ่งหน้าไปยังถนนข้าวสารครับ
และแล้วผมก็ถึงซักที !!!
…..
ผมจะเป็น Backpacker : กระเป๋า Backpack (ตอนแรก)
นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักของคนที่คิดจะออกเดินทาง คือจะเอากระเป๋าเป้แบบไหนไปดี ซึ่งผมก็พบว่าตัวผมเองก็มีปัญหานี้เช่นเดียวกัน
ซึ่งหลังจากศึุกษาข้อมูลอยู่ระยะหนึ่ง ก็พบว่าการเลือกซื้อกระเป๋ามันไม่มีกฎตายตัว เพราะกระเป๋าสำหรับคนที่จะไปเดินป่ากับคนที่จะไปนอนโรงแรมมันคงจะต่างกัน ผมก็เลยลองมาดูของตัวเอง
ผมพบว่าช่วงแรกๆนี้ผมคงไม่ไปไหนนานนัก อย่างมากสุดก็คงไม่เกิน 1 อาทิตย์ ก็เลยมาไล่ประมาณการณ์ดูครับว่าต้องใช้ของอะไรบ้าง แ้ล้วของเหล่านี้ควรจะใช้เป้ขนาดไหนดี ซึ่งเป้ที่ผมจะซื้อเป็นใบแรกก็คงจะเป็นลักษณะ Daypack ใบใหญ่หน่อยๆน่ะครับ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องสถานที่ที่จะไป ผมคงจะไม่ไปลุยมากแบบนอนกลางป่าเขา แต่ก็ไม่ได้หรูขนาดนั่งแท็กซี่นอนโรงแรมตลอด ก็เลยขอเป็นเป้กลางๆที่ทนเอาหน่อย
เรื่องความทนของเป้นี่แหละที่ทำให้ผมต้องเลือกพิจารณาระหว่างเป้แท้ยี่ห้อดีๆราคาหลายพัน กับเป้ราคาไม่กี่ร้อย ซึ่งผมก็คิดเอาว่า ใช้ของแท้ไปเลยมันทนกว่า แต่งบในกระเป๋ามันกลับบอกให้หาของที่ถูกที่สุดซะงั้น
สุดท้ายนี่ก็เลยไปเห็นข้อความหนึ่งในหนังสือแนะนำการเที่ยวแบบแบ๊คแพ๊คเกอร์ว่า
“ถ้าเป็นเป้ใหญ่ก็ใช้แบบที่มันดีๆไปเลย แต่หากเป็นเป้เล็กที่สะพายของจุกจิก จะใช้ของไม่กี่ร้อยก็ไม่ว่ากันครับ”
พอได้ลักษณะของเป้ที่ต้องการแล้ว จุดมุ่งหมายต่อไปคือ ร้านที่ผมจะไปซื้อเป้ครับ
ตอนแรกผมว่าจะสั่งจากร้านในอินเตอร์เน็ต ที่ลงรูปร่างหน้าตาและขนาดไว้ตรงกับความต้องการของผมพอดี สนนราคา 790 บาทครับ แต่ก่อนที่ผมจะโอนเงินไป พลันฉุกคิดได้ว่า ผมน่าจะลองไปดูตามแหล่งขายก่อนดีกว่า อาจจะเจอเป้ที่น่าสนใจกว่าที่เห็น จากความคิดนี้ ทำให้ผมต้องออกเดินทางไปยังแหล่งที่ทราบมาว่ามีกระเป๋า Backpack วางขายอยู่เยอะพอสมควร ซึ่งเป็นที่เดียวกับสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ นั่นก็คือ ถนนข้าวสารครับ
…..
เส้นทางฝันของผม ^o^
อาจจะเห็นผมเคยบ่นเรื่องอยากเที่ยวรอบโลกด้วยจักรยานไปแล้ว
วันนี้ไม่มีอะไรทำก็เลยนั่งค้นหา้ข้อมูลคร่าวๆ ตามแผนการที่คิดเอาไว้อยากจะไปแบบนี้
ผมก็คงต้องเริ่มที่ประเทศไทย —> ลาว —> เวียดนาม —> จีน —> รัสเซีย
ถึงตรงนี้แล้ว ก็จะขอทิ้งจักรยานชั่วคราว เพื่อร่วมกับทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ทราน ไซบีเรีย
แล้วเรามาเริ่มกันที่มอสโคต่อครับ
มอสโค —> เบลารุส —> โปแลนด์ —> ออสเตรีย —> ลิกเตนสไตน์ —> สวิตเซอร์แลนด์ —> ฝรั่งเศส —> อันดอร์รา —> สเปน —> โปรตุเกส
มาถึงจุดนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะลงไปที่โมร็อคโคให้ขึ้นชื่อว่าผ่านแอฟริกา หรือจะขึ้นเครื่องบินต่อไปที่อเมริกาเลย
ถ้าผมไปโมร็อคโค
โมร็อคโค —> อเมริกา —> เม็กซิโก —> กัวเตมาลา —> ฮอนดูรัส —> นิการากัว —> คอสตาริกา —> ปานามา —> โคลัมเบีย —> เอกวาดอร์ —> เปรู —> ชิลี —> อาร์เจนตินา
หลังจากไปถึงแหลมฮอร์น ก็คงจะนั่งเครื่องไปลงที่นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ —> ออสเตรเลีย —>อินโดนีเซีย —> สิงคโปร์ —> มาเลเซีย
โอ๊ย กลับมาถึงบ้านซักที
สรุปว่าผ่านทั้งหมดกี่ประเทศเนี่ย แปปนึง ขอนับก่อน
ทั้งหมด 32 ประเทศ
โปรแกรมน่าสนใจเหมือนกันแฮะ…..แต่ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วผมจะลงที่โปรแกรมไหน
เพราะโปรแกรมปั่นทัวร์รอบยุโรปที่วางไว้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอามาลงให้ดูกันครับ ^^
ง่วงนอน ~ ~ ~ !









