คนเราบางทีก็สนใจแต่กับเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้า โดยไม่คิดไตร่ตรองอะไรให้ถี่ถ้วน แล้วก็มานั่งนึกเสียใจทีหลัง บอกกับตัวเองว่า “กุไม่น่าทำเลย !”
บูมว่า ถ้าเรา คิด ให้มากกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไป อีกขั้นหนึ่ง แล้วเราจะเห็นมุมมองอะไรดีๆมากกว่าที่มันเกิดขึ้นตรงหน้า
สมมติว่าบังเอิญบูมเก็บลอตเตอรี่ได้ใบนึง (ก็ปกติไม่ซื้อง่ะ ><) แล้ววันรุ่งขึ้นปรากฏว่าเป็น วันหวยออก พอดี ลอตเตอรี่ใบนั้นดันถูกรางวัลที่หนึ่งอีก
ถึงตอนนั้นก็คงดีใจ เปี่ยมไปด้วยความสุข โทรบอกพ่อ แม่ แฟน เพื่อนสนิท “กุรวยแล้วโว๊ยยย !”
แล้วก็มาวางแผนว่าจะซื้ออะไรดี จะดาวน์รถ เอาเป็นปอร์เช่สักคัน พร้อมกับบ้านแถวนอกเมืองที่เชียงใหม่อีกสักหลัง ที่เหลือ ก็เอาไปโปะหนี้สหกรณ์ให้พ่อกะแม่ ซื้อของให้แฟน เลี้ยงเพื่อน บลาๆ
ผ่านไปหนึ่งปี เงินสิบล้านจากรางวัลที่หนึ่งหายไปไหนก็ไม่รู้ พร้อมกับรถและบ้านที่ยังผ่อนไม่หมด เป็นหนี้อีกเยอะแยะ มานั่งเครียดว่าจะทำยังไงต่อ – -”
มีคนเคยบอกบูมว่า เวลาที่มีเรื่องที่ดีที่สุดเข้ามาในชีวิต ให้เราคิดในแง่ลบที่สุด…
ย้อนกลับไปในวันที่เอาลอตเตอรี่ใบนั้นไปขึ้นเงิน ปัญหาที่จะตามมาก็คือ เงินที่ได้มาสักวันมันก็ต้องหมดไป ยิ่งถ้าเอาไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย (ผลาญ) มันก็ยิ่งหมดไวกว่าที่คิด
คิดภาพในวันที่ไม่มีจะกินเข้าไว้ แล้วพยายามอย่าให้วันนั้นมาถึง ไหนๆก็มี โอกาส เงินล้านวิ่งมาหาเอง ถ้าจะแบ่งมาใช้สักนิด เก็บสักหน่อย ที่เหลือเอาไปลงทุนเพิ่มให้มันงอกเงย น่าจะดีกว่าเอามันไปละลายทิ้งเฉยๆ
ตรงข้ามกัน ในบางช่วงที่เราพบเจอกับเรื่องแย่ๆ (มันเจอกันทุกคนแหละ) คิดเหอะว่ามันมีแง่มุมดีๆอีกเยอะ อย่างน้อยก็เป็น วิกฤติ ที่เข้ามาเพื่อให้เราเติบโตต่อไป
แทนที่จะนั่งเศร้า ออกไปข้างนอกแล้วเปิดหูเปิดตาอะไรบ้าง จะเห็นว่าคนที่ แย่กว่าเรา ยังมีอีกเยอะ
แล้วจะรู้ว่า เราอ่ะ สบายมากแค่ไหน !!!


