เมื่อเครื่องบินไปลงจอดเรียบร้อยแล้ว แผนการถัดไปคือการไปจัดการเรื่องกระเป๋าให้เรียบร้อย จากนั้นก็จับจองมุมดีๆในสนามบิน เพื่อนอนหลับพักผ่อน ก่อนที่เช้าวันรุ่งขึ้นจะนั่งรถต่อไปยังที่ทำงาน
แต่ทว่า…
ระหว่างบูมรอกระเป๋าก็อยู่ใกล้ๆพิมกะฮัท ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับภรรยาและลูกชายวัยเจ็ดขวบของเขา ทักทายพิมกะฮัทอย่างเป็นกันเอง พอรู้ว่าบูมเป็นคนไทย เขาก็เรียกเข้าไปหา ซึ่งตามธรรมเนียมบูมก็ยกมือไหว้ทั้งสองท่าน
ลุงหน่อย แนะนำตัวเองพร้อมกับ ป้าแวว และเมื่อทราบถึงแผนการณ์คร่าวๆของบูม ลุงจึงไม่รอช้าบอกขึ้นว่าที่บ้านยังมีห้องว่างและให้บูมกับชิ้วไปนอนที่บ้านของแก
บอกเลยฮ่ะว่าอยากไปอยู่หรอก แต่เกรงใจมาก เพราะตอนนั้นเราก็เพิ่งเจอแก เรียกว่ายังไม่ทันรู้จักอะไรซะด้วยซ้ำ และก็งงที่แกเชิญคนที่ไม่รู้จักไปนอนที่บ้านเลยเหรอ แต่ท้ายสุดก็ยอมแพ้กับความตั้งใจและมิตรไมตรีอันนั้น ขึ้นรถไปกับลุงหน่อย (สารภาพว่าตอนนั้นโคตรรู้สึกดีอ่ะ)
ระหว่างทางบูมก็ได้รู้จักลูกลิงตัวอ้วนๆที่ชื่อว่า น้องนน (ที่มีชื่ออยู่ที่นั่นเท่ๆว่า Nathan)
ลุงหน่อยยังใจดีพาแวะเลี้ยงข้าวที่ร้าน Applebee’s ซึ่งเป็นการสั่งอาหารที่อเมริกาเป็นมื้อที่สอง จำได้ว่าสั่งสลัดอะไรสักอย่างกับสเต๊ก โดนถามว่าจะเอาสุกขนาดไหน ไอ้เราก็พอรู้มาก่อนว่ามัน rare, medium, well-done อะไรพวกนี้แหละ เลยตอบเขาไปว่า มีเดียมๆแบบงงๆ
ไปถึงบ้านก็แยกกันไปพักผ่อน เนื่องจากมี Wi-fi บูมก็เลยได้โอกาสโทรกลับหาแม่ ซึ่งทันทีที่แม่รู้ก็แอบตกใจเล็กน้อย พร้อมกับถามยกใหญ่ว่าไปพักกับใคร ไว้ใจได้แค่ไหน แล้วทำไมถึงไปกับเขา ท่าทางแม่จะเป็นห่วงมาก
ซึ่งพอมาคิดดูจริงๆแล้วถ้าเรามีลูกแล้วลูกเราไปที่ไหนกับใครก็ไม่รู้ เราก็คงอดเป็นห่วงไม่ได้
แต่ตอนนั้นบูมก็มั่นใจ เลยบอกให้แม่สบายใจได้…เพราะลุงคนนี้ต้องเป็นคนดีแน่นอน

